counter 109,517

new image

 


เปิดเรียนแล้ว รู้สึกดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆแหะ
ทั้งที่ความจริง น่าจะชอบอยู่บ้านมากกว่าใช่มะ
แต่รู้สึกการได้ออกไปเรียน มันเหมือนใส่อะไรลงในชีวิต
การอยู่บ้านเฉยๆ มันก็เหมือนปล่อยชีวิตให้ถดถอยไปอ่ะ


จะว่าไปช่วงนี้อากาศร้อนรุนแรงเนาะ
ก็ชอบที่ฝนไม่ตก แต่อากาศแบบนี้ผิวไหม้หมดเลย
พูดเรื่องผิวแล้วก็ลองมานึกๆดู
ตั้งแต่เด็กก็มีแต่คนชมว่าผิวสวย หน้าใสอะไรแบบนั้น
จนเป็นพวกไม่รักษาผิวตัวเองเลย
ตรงกันข้ามกับผม มีแต่คนบอกผมฟู
ก็เลยทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ทรงผมมันลีบๆลง


แล้วพอมาขับรถอ่ะ นานๆเข้าแขนดำปี๋
คือ พอเอามาเทียบกับขา หรือหน้าแล้วแบบคนละสีไปเลย
ช่วงนี้ก็เลยพยายามหมั่นทาครีมที่แขน
เพราะรู้สึกว่ามันชักจะคล้ำเกินไปแล้ว


เมื่อก่อนอ่ะ เป็นคนอาบน้ำเร็ว ทำอะไรเร็วมาก
เดี๋ยวนี้ อาบน้ำก็ต้องเอาฟองน้ำขัด
ถ้าสระผมก็ต้องเป่า ต้องหนีบ
ทาครีม ใส่-ถอดคอนแทค แล้วยังต้องทายาที่มืออีก
หรือถ้าเป็นตอนออกจากบ้านก็ต้องแต่งหน้า
โอย... กว่าจะออกไปไหนหรือจะนอนแต่ละที เหนื่อย
ไอ้การรักสวยรักงามมันลำบากอย่างนี้นี่เอง
แต่ก็... ไม่รู้สิ หลังๆมานี่ก็มีคนชมว่าดูสวยขึ้นนะ
คือ รู้ว่าไม่ได้สวย แต่หมายถึงว่าดูดีขึ้น


เมื่อวานเปิดเทอมวันแรกไปหาเซนเซ
เซนเซก็ sugoi kirei~
ก็ได้แต่อาริกาโตว...กันไป
ซึ่งก็มานั่งคิดว่า ต้องแต่งหน้านั่นแหละถึงจะมีคนชม
วันไหนไม่แต่ง โดนคนทักกว่าไปทำอะไรมาหน้าโทรมทู้กที
ทั้งที่เมื่อก่อนไม่แต่งก็ไม่เห็นมีใครทักเลย
เหนื่อยเนาะ พอเปลี่ยนตัวเองไปแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้


แล้วยิ่งพ่อคุณไมค์ มาแกล้งแซวอีกนะ หึหึ
เอาเหอะ จะหน้าแบบไหนไปก็เหมือนกัน


 


 

new image

 


เปิดเรียนแล้ว รู้สึกดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆแหะ
ทั้งที่ความจริง น่าจะชอบอยู่บ้านมากกว่าใช่มะ
แต่รู้สึกการได้ออกไปเรียน มันเหมือนใส่อะไรลงในชีวิต
การอยู่บ้านเฉยๆ มันก็เหมือนปล่อยชีวิตให้ถดถอยไปอ่ะ


จะว่าไปช่วงนี้อากาศร้อนรุนแรงเนาะ
ก็ชอบที่ฝนไม่ตก แต่อากาศแบบนี้ผิวไหม้หมดเลย
พูดเรื่องผิวแล้วก็ลองมานึกๆดู
ตั้งแต่เด็กก็มีแต่คนชมว่าผิวสวย หน้าใสอะไรแบบนั้น
จนเป็นพวกไม่รักษาผิวตัวเองเลย
ตรงกันข้ามกับผม มีแต่คนบอกผมฟู
ก็เลยทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ทรงผมมันลีบๆลง


แล้วพอมาขับรถอ่ะ นานๆเข้าแขนดำปี๋
คือ พอเอามาเทียบกับขา หรือหน้าแล้วแบบคนละสีไปเลย
ช่วงนี้ก็เลยพยายามหมั่นทาครีมที่แขน
เพราะรู้สึกว่ามันชักจะคล้ำเกินไปแล้ว


เมื่อก่อนอ่ะ เป็นคนอาบน้ำเร็ว ทำอะไรเร็วมาก
เดี๋ยวนี้ อาบน้ำก็ต้องเอาฟองน้ำขัด
ถ้าสระผมก็ต้องเป่า ต้องหนีบ
ทาครีม ใส่-ถอดคอนแทค แล้วยังต้องทายาที่มืออีก
หรือถ้าเป็นตอนออกจากบ้านก็ต้องแต่งหน้า
โอย... กว่าจะออกไปไหนหรือจะนอนแต่ละที เหนื่อย
ไอ้การรักสวยรักงามมันลำบากอย่างนี้นี่เอง
แต่ก็... ไม่รู้สิ หลังๆมานี่ก็มีคนชมว่าดูสวยขึ้นนะ
คือ รู้ว่าไม่ได้สวย แต่หมายถึงว่าดูดีขึ้น


เมื่อวานเปิดเทอมวันแรกไปหาเซนเซ
เซนเซก็ sugoi kirei~
ก็ได้แต่อาริกาโตว...กันไป
ซึ่งก็มานั่งคิดว่า ต้องแต่งหน้านั่นแหละถึงจะมีคนชม
วันไหนไม่แต่ง โดนคนทักกว่าไปทำอะไรมาหน้าโทรมทู้กที
ทั้งที่เมื่อก่อนไม่แต่งก็ไม่เห็นมีใครทักเลย
เหนื่อยเนาะ พอเปลี่ยนตัวเองไปแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้


แล้วยิ่งพ่อคุณไมค์ มาแกล้งแซวอีกนะ หึหึ
เอาเหอะ จะหน้าแบบไหนไปก็เหมือนกัน


 


 

FINO ราชบุรี & HBD aoichan



วงจรชีวิตการตามไปงานฟีโน่เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ยังจำปีที่แล้วได้แม่นอยู่เลย
แต่ปีนี้ก็เป็นอะไรที่ไม่เหมือนเดิมอย่างมาก
มีคนหายไป แต่ก็มีคนเพิ่มขึ้น
ก็บอกตรงๆว่าใจหายนะ
แต่ก็ดีที่มีคนมาตามน้องมากขึ้น (ถ้าไม่วุ่นวาย)


โชคดีที่ถือว่ามีประสบการณ์จากปีที่แล้ว
ก็เลยรู้ว่าจังหวะไหนเข้าได้หรือเข้าไม่ได้
ไม่ได้จะมาสอนใครแต่อย่างใด
แต่เวลาจะเข้าไปขอถ่ายรูปหรือขออะไร
ก็ควรจะสังเกตสีหน้าน้องให้ดีซักหน่อยนะ
มิเช่นนั้นก็... (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)


เพราะวันนั้นเป็นวันก่อนหน้าวันเกิดพี่อ้อย
เราก็รอโอกาสมาตั้งแต่บ่าย
จนกระทั่งน้องจะกลับตอนสี่ทุ่ม
ก็คิดว่า เอาวะ สุดท้ายของวันแล้ว
พอน้องลงมาเลยเดินเข้าไปขอ
รอจนกอล์ฟตอบว่า ได้ฮะ
พอพี่อ้อยถ่ายเสร็จ เราก็ขอบคุณ
ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเข้าไปถ่ายหรืออะไรอีกแล้ว
แต่กลับมีกลุ่มอื่นที่ไม่มีมารยาทสุดๆ
แทรกเข้าไปทั้งๆที่พวกเรายังยืนล้อมน้องกันอยู่เลย
ขอบอกว่าตั้งแต่ตามน้องมา ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
ควรจะรอให้กลุ่มที่คุยกับน้องอยู่ถอยซะก่อนนะ
แล้วตัวเองจะขออะไรก็ต้องเข้าไปขอเอง
ไม่ใช่เอาโอกาสที่คนอื่นขอ แทรกเข้าไปหน้าตาเฉย


ขนาดพูดกระทบแล้วว่า น้องเหนื่อย ต้องเกรงใจ
ก็ยังทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน
แต่เอาเถอะนะ
ได้ยินเต็มสองหูกอล์ฟพูดว่า "ถ่ายทีเดียวเลยไม่ได้เหรอ"
อย่างที่พูดทุกๆครั้ง ทำอะไร ก็อย่าคิดว่าน้องจะจำไม่ได้
ถ้ารู้จักเกรงใจน้อง น้องก็จะจำไปแบบนั้น
แต่ถ้าไม่มีมารยาท น้องก็จะจำแบบนั้นเหมือนกัน
อยากจะเป็นแบบไหนก็เลือกเอง


 


เริ่มมาก็บ่นก่อนเลยวุ้ยตู


นอกเหนือจากเรื่องข้างบนนี่แล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี
ต้องขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน
ทุกคนที่ไปกับเราน่ารักทุกคนเลย
ถึงจะน้อย หารค่ารถแล้วแพงไปหน่อย ฮ่าๆๆๆ
แต่ก็มีความสุขดี


ไปถึงราชบุรีประมาณเที่ยงกว่าๆ (ใช่มั้ยหว่า)
สั่งข้าวไปยังไม่ทันกิน น้องก็เข้ามาที่โรงแรม
เดินออกไปรับเสด็จกันแบบกล้าๆกลัวๆ
พี่แพร์ก็ชี้ให้กอล์ฟไมค์ดู น้องก็เลยหันมายิ้มให้


หลังจากรอไปยัน 5 โมง น้องก็ลงมา
ระหว่างนั้นการ์ดก็ตั้งแถวกันน้องเลยทีเดียว
โอ้แม่เจ้า ปีที่แล้วไม่เห็นถึงขั้นนี้
พอไมค์เดินผ่านหน้าก็เลยเรียก ชี้ป้ายให้ดู
แล้วถามว่าหล่อป่ะ



ไมค์ก็หันมายิ้มมมม แล้วชี้ๆ
ขออภัยหมูด้วย กอล์ฟเดินเร็ว เรียกไม่ทัน
(หมายเหตุ : ป้ายนี้เอาไอเดียมาจากเพื่อนหมู)
จากนั้นทั้งสองคนก็ไปตั้งขบวนเตรียมแห่รอบเมือง


ถึงแม้ฝนจะตกปรอยๆ แต่ก็บ่ยั่น
คราวนี้ยกหน้าที่ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอให้คนอื่นหมด
ขอยืนถือป้ายแล้วดูน้องเฉยๆบ้างเห๊อะ


และถึงแม้จะร้องผิดเพลงขาประจำ แต่ก็ยังน่ารัก ฮ่าๆ
ชอบน้องเวลาร้องเพลงสุดตัวที่สุดเลยอ่ะ
ไมค์จะยิ้มมมมมมม จนคิดว่าจริงๆไม่ได้ชอบร็อกล่ะม้าง
ดูฮีมีความสุขกับการเต้นอะไรดุ๊กดิ๊กแบบนี้จัง


แต่ตอนขาขึ้นรถตู้จะกลับเนี่ยสิ
ได้ยินว่ากอล์ฟโดนจิก ตบ ทึ้งอย่างรุนแรง
เรามองไม่เห็นกอล์ฟ เห็นแต่ไมค์
ไม่ใช่ว่ามองแต่ไมค์นะ แต่เป็นเพราะคนพากันรุมกอล์ฟ
จนมองไม่เห็นตัวเลยต่างหาก
เห็นแบบนี้แล้วคิดว่า จะมีวิธีไหนที่ทำให้น้องไม่ต้องโดนรุมบ้างมั้ย
แต่ก็... คงยาก...


จบวันก็เป็นอย่างที่บ่นข้างบน


ขากลับแวะกินข้าวต้มข้างทาง
พอถึงบ้านนี่หลับเป็นตายอ่ะ ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยอย่างแรง


 


รู้ตัวตื่นอีกที 11 โมงเข้าไปละ
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปกินพิซซ่ากัน


มีโมจิไอติมจากทุกๆคนด้วย
ขอบคุณที่มากัน ทั้งที่ดูเหมือนจะติดภารกิจ
(ทำเหมือนเป็นวันเกิดตัวเอง ขอบคุณทำไม)


ตอนเย็นไปกินข้าวกับที่บ้านพี่อ้อยต่อ
อิ่มมมมมม...


 


สุขสันต์วันเกิด แฮปปี้เบิร์ดเดย์
แม้ฉันจะไม่ได้เจอ...
(ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ละ)


ความจริงพี่อ้อยก็มีความสุขอยู่แล้วแหละ
แต่ก็อยากให้อย่าเครียดกับงานมากนัก
แค่ตื่นเช้าไปทำงานให้ได้ก็ไม่ต้องเลิกดึกแล้วใช่ป่ะ อิอิ
ไม่ใช่มีเวลาก็เอาแต่เล่นเนตกับดูทีวี
หน้าจะแก่เร็วนะ


พี่อ้อยเป็นคนน่ารัก ใครๆรู้จักก็ต้องรักทั้งนั้นแหละ
ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไป เบียร์จะได้อาศัยพึ่งพึงด้วย ฮ่าๆ
เลิกซุ่มซ่ามซักที จะได้ไม่มีแผลตามตัว


สุดท้ายก็ขอให้เราอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆเนาะ
รักนะ จุ๊บๆ

 

new image

 


เปิดเรียนแล้ว รู้สึกดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆแหะ
ทั้งที่ความจริง น่าจะชอบอยู่บ้านมากกว่าใช่มะ
แต่รู้สึกการได้ออกไปเรียน มันเหมือนใส่อะไรลงในชีวิต
การอยู่บ้านเฉยๆ มันก็เหมือนปล่อยชีวิตให้ถดถอยไปอ่ะ


จะว่าไปช่วงนี้อากาศร้อนรุนแรงเนาะ
ก็ชอบที่ฝนไม่ตก แต่อากาศแบบนี้ผิวไหม้หมดเลย
พูดเรื่องผิวแล้วก็ลองมานึกๆดู
ตั้งแต่เด็กก็มีแต่คนชมว่าผิวสวย หน้าใสอะไรแบบนั้น
จนเป็นพวกไม่รักษาผิวตัวเองเลย
ตรงกันข้ามกับผม มีแต่คนบอกผมฟู
ก็เลยทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ทรงผมมันลีบๆลง


แล้วพอมาขับรถอ่ะ นานๆเข้าแขนดำปี๋
คือ พอเอามาเทียบกับขา หรือหน้าแล้วแบบคนละสีไปเลย
ช่วงนี้ก็เลยพยายามหมั่นทาครีมที่แขน
เพราะรู้สึกว่ามันชักจะคล้ำเกินไปแล้ว


เมื่อก่อนอ่ะ เป็นคนอาบน้ำเร็ว ทำอะไรเร็วมาก
เดี๋ยวนี้ อาบน้ำก็ต้องเอาฟองน้ำขัด
ถ้าสระผมก็ต้องเป่า ต้องหนีบ
ทาครีม ใส่-ถอดคอนแทค แล้วยังต้องทายาที่มืออีก
หรือถ้าเป็นตอนออกจากบ้านก็ต้องแต่งหน้า
โอย... กว่าจะออกไปไหนหรือจะนอนแต่ละที เหนื่อย
ไอ้การรักสวยรักงามมันลำบากอย่างนี้นี่เอง
แต่ก็... ไม่รู้สิ หลังๆมานี่ก็มีคนชมว่าดูสวยขึ้นนะ
คือ รู้ว่าไม่ได้สวย แต่หมายถึงว่าดูดีขึ้น


เมื่อวานเปิดเทอมวันแรกไปหาเซนเซ
เซนเซก็ sugoi kirei~
ก็ได้แต่อาริกาโตว...กันไป
ซึ่งก็มานั่งคิดว่า ต้องแต่งหน้านั่นแหละถึงจะมีคนชม
วันไหนไม่แต่ง โดนคนทักกว่าไปทำอะไรมาหน้าโทรมทู้กที
ทั้งที่เมื่อก่อนไม่แต่งก็ไม่เห็นมีใครทักเลย
เหนื่อยเนาะ พอเปลี่ยนตัวเองไปแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้


แล้วยิ่งพ่อคุณไมค์ มาแกล้งแซวอีกนะ หึหึ
เอาเหอะ จะหน้าแบบไหนไปก็เหมือนกัน


 


 

FINO ราชบุรี & HBD aoichan



วงจรชีวิตการตามไปงานฟีโน่เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ยังจำปีที่แล้วได้แม่นอยู่เลย
แต่ปีนี้ก็เป็นอะไรที่ไม่เหมือนเดิมอย่างมาก
มีคนหายไป แต่ก็มีคนเพิ่มขึ้น
ก็บอกตรงๆว่าใจหายนะ
แต่ก็ดีที่มีคนมาตามน้องมากขึ้น (ถ้าไม่วุ่นวาย)


โชคดีที่ถือว่ามีประสบการณ์จากปีที่แล้ว
ก็เลยรู้ว่าจังหวะไหนเข้าได้หรือเข้าไม่ได้
ไม่ได้จะมาสอนใครแต่อย่างใด
แต่เวลาจะเข้าไปขอถ่ายรูปหรือขออะไร
ก็ควรจะสังเกตสีหน้าน้องให้ดีซักหน่อยนะ
มิเช่นนั้นก็... (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)


เพราะวันนั้นเป็นวันก่อนหน้าวันเกิดพี่อ้อย
เราก็รอโอกาสมาตั้งแต่บ่าย
จนกระทั่งน้องจะกลับตอนสี่ทุ่ม
ก็คิดว่า เอาวะ สุดท้ายของวันแล้ว
พอน้องลงมาเลยเดินเข้าไปขอ
รอจนกอล์ฟตอบว่า ได้ฮะ
พอพี่อ้อยถ่ายเสร็จ เราก็ขอบคุณ
ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเข้าไปถ่ายหรืออะไรอีกแล้ว
แต่กลับมีกลุ่มอื่นที่ไม่มีมารยาทสุดๆ
แทรกเข้าไปทั้งๆที่พวกเรายังยืนล้อมน้องกันอยู่เลย
ขอบอกว่าตั้งแต่ตามน้องมา ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
ควรจะรอให้กลุ่มที่คุยกับน้องอยู่ถอยซะก่อนนะ
แล้วตัวเองจะขออะไรก็ต้องเข้าไปขอเอง
ไม่ใช่เอาโอกาสที่คนอื่นขอ แทรกเข้าไปหน้าตาเฉย


ขนาดพูดกระทบแล้วว่า น้องเหนื่อย ต้องเกรงใจ
ก็ยังทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน
แต่เอาเถอะนะ
ได้ยินเต็มสองหูกอล์ฟพูดว่า "ถ่ายทีเดียวเลยไม่ได้เหรอ"
อย่างที่พูดทุกๆครั้ง ทำอะไร ก็อย่าคิดว่าน้องจะจำไม่ได้
ถ้ารู้จักเกรงใจน้อง น้องก็จะจำไปแบบนั้น
แต่ถ้าไม่มีมารยาท น้องก็จะจำแบบนั้นเหมือนกัน
อยากจะเป็นแบบไหนก็เลือกเอง


 


เริ่มมาก็บ่นก่อนเลยวุ้ยตู


นอกเหนือจากเรื่องข้างบนนี่แล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี
ต้องขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน
ทุกคนที่ไปกับเราน่ารักทุกคนเลย
ถึงจะน้อย หารค่ารถแล้วแพงไปหน่อย ฮ่าๆๆๆ
แต่ก็มีความสุขดี


ไปถึงราชบุรีประมาณเที่ยงกว่าๆ (ใช่มั้ยหว่า)
สั่งข้าวไปยังไม่ทันกิน น้องก็เข้ามาที่โรงแรม
เดินออกไปรับเสด็จกันแบบกล้าๆกลัวๆ
พี่แพร์ก็ชี้ให้กอล์ฟไมค์ดู น้องก็เลยหันมายิ้มให้


หลังจากรอไปยัน 5 โมง น้องก็ลงมา
ระหว่างนั้นการ์ดก็ตั้งแถวกันน้องเลยทีเดียว
โอ้แม่เจ้า ปีที่แล้วไม่เห็นถึงขั้นนี้
พอไมค์เดินผ่านหน้าก็เลยเรียก ชี้ป้ายให้ดู
แล้วถามว่าหล่อป่ะ



ไมค์ก็หันมายิ้มมมม แล้วชี้ๆ
ขออภัยหมูด้วย กอล์ฟเดินเร็ว เรียกไม่ทัน
(หมายเหตุ : ป้ายนี้เอาไอเดียมาจากเพื่อนหมู)
จากนั้นทั้งสองคนก็ไปตั้งขบวนเตรียมแห่รอบเมือง


ถึงแม้ฝนจะตกปรอยๆ แต่ก็บ่ยั่น
คราวนี้ยกหน้าที่ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอให้คนอื่นหมด
ขอยืนถือป้ายแล้วดูน้องเฉยๆบ้างเห๊อะ


และถึงแม้จะร้องผิดเพลงขาประจำ แต่ก็ยังน่ารัก ฮ่าๆ
ชอบน้องเวลาร้องเพลงสุดตัวที่สุดเลยอ่ะ
ไมค์จะยิ้มมมมมมม จนคิดว่าจริงๆไม่ได้ชอบร็อกล่ะม้าง
ดูฮีมีความสุขกับการเต้นอะไรดุ๊กดิ๊กแบบนี้จัง


แต่ตอนขาขึ้นรถตู้จะกลับเนี่ยสิ
ได้ยินว่ากอล์ฟโดนจิก ตบ ทึ้งอย่างรุนแรง
เรามองไม่เห็นกอล์ฟ เห็นแต่ไมค์
ไม่ใช่ว่ามองแต่ไมค์นะ แต่เป็นเพราะคนพากันรุมกอล์ฟ
จนมองไม่เห็นตัวเลยต่างหาก
เห็นแบบนี้แล้วคิดว่า จะมีวิธีไหนที่ทำให้น้องไม่ต้องโดนรุมบ้างมั้ย
แต่ก็... คงยาก...


จบวันก็เป็นอย่างที่บ่นข้างบน


ขากลับแวะกินข้าวต้มข้างทาง
พอถึงบ้านนี่หลับเป็นตายอ่ะ ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยอย่างแรง


 


รู้ตัวตื่นอีกที 11 โมงเข้าไปละ
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปกินพิซซ่ากัน


มีโมจิไอติมจากทุกๆคนด้วย
ขอบคุณที่มากัน ทั้งที่ดูเหมือนจะติดภารกิจ
(ทำเหมือนเป็นวันเกิดตัวเอง ขอบคุณทำไม)


ตอนเย็นไปกินข้าวกับที่บ้านพี่อ้อยต่อ
อิ่มมมมมม...


 


สุขสันต์วันเกิด แฮปปี้เบิร์ดเดย์
แม้ฉันจะไม่ได้เจอ...
(ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ละ)


ความจริงพี่อ้อยก็มีความสุขอยู่แล้วแหละ
แต่ก็อยากให้อย่าเครียดกับงานมากนัก
แค่ตื่นเช้าไปทำงานให้ได้ก็ไม่ต้องเลิกดึกแล้วใช่ป่ะ อิอิ
ไม่ใช่มีเวลาก็เอาแต่เล่นเนตกับดูทีวี
หน้าจะแก่เร็วนะ


พี่อ้อยเป็นคนน่ารัก ใครๆรู้จักก็ต้องรักทั้งนั้นแหละ
ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไป เบียร์จะได้อาศัยพึ่งพึงด้วย ฮ่าๆ
เลิกซุ่มซ่ามซักที จะได้ไม่มีแผลตามตัว


สุดท้ายก็ขอให้เราอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆเนาะ
รักนะ จุ๊บๆ

 

ไมเกรน



เมื่อคืนวันก่อน อยู่ดีๆก็ปวดหัวตรงหน้าผาก ปวดมาก
ก็คิดว่าสงสัยจะปวดเหมือนที่เคยๆปวดนั่นแหละ
นอนหลับซักตื่นก็คงจะหาย


กลายเป็นว่า นอนไม่หลับ ปวดมาก
แล้วพอออกมาเข้าห้องน้ำ เห็นโถส้วมปุ๊บอาเจียนเลย
ลงกินน้ำ กะว่า อาเจียนแล้วคงดีขึ้น
แต่ไม่ใช่ มันไม่ยอมหยุดคลื่นไส้ อาเจียนไม่หยุด
ร้องฮือๆ อยู่บนเตียงจนพี่อ้อยต้องพาไปรพ.อ่ะ


ไปถึงหมอก็บอกว่านี่มันอาการไมเกรนแล้วล่ะ
แต่หมอไม่อยากวินิจฉัยว่าเป็นไมเกรน
เพราะคนไข้จะวิตกว่าตัวเองเป็น ทีนี้จะปวดบ่อยขึ้น


ก็เลยโดนฉีดยาที่สะโพกหนึ่งเข็ม
เดินขาลากกลับขึ้นรถแล้วกลับบ้านมานอนต่อ


ฮาหมอ ถามคำแรกเลยว่าช่วงนี้กินยาคุมกำเนิดรึเปล่า
โอ้วววว... ไม่ค่ะม่าย ไม่ได้ท้อง ฮ่าๆๆๆๆ
แหม...


สรุปว่า ตูเป็นไมเกรนขั้นต้นหรือเปล่า
โรคกรรม... มิได้เกิดจากความเครียดแต่อย่างใด
เพราะเราไม่ได้มีปัญหาชีวิตขนาดนั้น


ก็นั่นแหละ...
ว่าแต่ว่า รพ.รัฐมันช่างต่างจากรพ.เอกชนเสียนี่กระไร
ฉีดยาตรงสะโพกแม่งปวดชิบหาย
แต่ไม่มีรถเข็น ข้าพเจ้าต้องเดินขากระเผลกไปลานจอดรถเอง
ขณะที่เอกชนนี่ แทบจะไม่ยอมให้เดิน


เฮ้อ...


 


นอกจากเรื่องป่วยก็ยังมีเรื่องที่ทำให้แฮปปี้ได้อยู่
หูยยยยย....
มันอยากจะหยิกแก้มคนเฟ้ย
เชอะ... ทำไมยะ หูย... ความหมายไหน
ว่ากันว่า ใครชมก็ไม่ดีใจเท่ากับคนที่ชอบชม
ถูกต้องที่ซู้ดดด...


ว่าแต่ไม่ได้ตั้งใจจะให้รู้เล้ย เรื่องไมเกรนเนี่ย
เอาเหอะ แต่ฮีคงไม่ได้สนใจอยู่ดีแหละ


 


แล้วก็...


ไปดูหนังเรื่องโอปปาติก ก็... อืม... ออกแนวผิดหวัง
กับพลอตเรื่องที่ไม่ลงตัว เน้นฉากแอคชั่นที่มีไปเพื่อ...?


แค่นั้นแหละกับหนังเรื่องนี้


 


สุดท้าย วันนี้ไปทำบุญมา
ไปถวายภัตตาหารแล้วก็ปล่อยปลา




ถ่ายรูปกับอาม่าซักหน่อย


ดีนะ ได้ทำบุญ รู้สึกมีพลังชีวิตดี
อธิษฐานเผื่อทุกคนที่รู้จักด้วย
อยากจะให้ทุกคนที่เรารู้จักมีแต่ความสุขสมหวังนะ


สาธุกันเร้ว...


 



 

new image

 


เปิดเรียนแล้ว รู้สึกดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆแหะ
ทั้งที่ความจริง น่าจะชอบอยู่บ้านมากกว่าใช่มะ
แต่รู้สึกการได้ออกไปเรียน มันเหมือนใส่อะไรลงในชีวิต
การอยู่บ้านเฉยๆ มันก็เหมือนปล่อยชีวิตให้ถดถอยไปอ่ะ


จะว่าไปช่วงนี้อากาศร้อนรุนแรงเนาะ
ก็ชอบที่ฝนไม่ตก แต่อากาศแบบนี้ผิวไหม้หมดเลย
พูดเรื่องผิวแล้วก็ลองมานึกๆดู
ตั้งแต่เด็กก็มีแต่คนชมว่าผิวสวย หน้าใสอะไรแบบนั้น
จนเป็นพวกไม่รักษาผิวตัวเองเลย
ตรงกันข้ามกับผม มีแต่คนบอกผมฟู
ก็เลยทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ทรงผมมันลีบๆลง


แล้วพอมาขับรถอ่ะ นานๆเข้าแขนดำปี๋
คือ พอเอามาเทียบกับขา หรือหน้าแล้วแบบคนละสีไปเลย
ช่วงนี้ก็เลยพยายามหมั่นทาครีมที่แขน
เพราะรู้สึกว่ามันชักจะคล้ำเกินไปแล้ว


เมื่อก่อนอ่ะ เป็นคนอาบน้ำเร็ว ทำอะไรเร็วมาก
เดี๋ยวนี้ อาบน้ำก็ต้องเอาฟองน้ำขัด
ถ้าสระผมก็ต้องเป่า ต้องหนีบ
ทาครีม ใส่-ถอดคอนแทค แล้วยังต้องทายาที่มืออีก
หรือถ้าเป็นตอนออกจากบ้านก็ต้องแต่งหน้า
โอย... กว่าจะออกไปไหนหรือจะนอนแต่ละที เหนื่อย
ไอ้การรักสวยรักงามมันลำบากอย่างนี้นี่เอง
แต่ก็... ไม่รู้สิ หลังๆมานี่ก็มีคนชมว่าดูสวยขึ้นนะ
คือ รู้ว่าไม่ได้สวย แต่หมายถึงว่าดูดีขึ้น


เมื่อวานเปิดเทอมวันแรกไปหาเซนเซ
เซนเซก็ sugoi kirei~
ก็ได้แต่อาริกาโตว...กันไป
ซึ่งก็มานั่งคิดว่า ต้องแต่งหน้านั่นแหละถึงจะมีคนชม
วันไหนไม่แต่ง โดนคนทักกว่าไปทำอะไรมาหน้าโทรมทู้กที
ทั้งที่เมื่อก่อนไม่แต่งก็ไม่เห็นมีใครทักเลย
เหนื่อยเนาะ พอเปลี่ยนตัวเองไปแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้


แล้วยิ่งพ่อคุณไมค์ มาแกล้งแซวอีกนะ หึหึ
เอาเหอะ จะหน้าแบบไหนไปก็เหมือนกัน


 


 

FINO ราชบุรี & HBD aoichan



วงจรชีวิตการตามไปงานฟีโน่เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ยังจำปีที่แล้วได้แม่นอยู่เลย
แต่ปีนี้ก็เป็นอะไรที่ไม่เหมือนเดิมอย่างมาก
มีคนหายไป แต่ก็มีคนเพิ่มขึ้น
ก็บอกตรงๆว่าใจหายนะ
แต่ก็ดีที่มีคนมาตามน้องมากขึ้น (ถ้าไม่วุ่นวาย)


โชคดีที่ถือว่ามีประสบการณ์จากปีที่แล้ว
ก็เลยรู้ว่าจังหวะไหนเข้าได้หรือเข้าไม่ได้
ไม่ได้จะมาสอนใครแต่อย่างใด
แต่เวลาจะเข้าไปขอถ่ายรูปหรือขออะไร
ก็ควรจะสังเกตสีหน้าน้องให้ดีซักหน่อยนะ
มิเช่นนั้นก็... (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)


เพราะวันนั้นเป็นวันก่อนหน้าวันเกิดพี่อ้อย
เราก็รอโอกาสมาตั้งแต่บ่าย
จนกระทั่งน้องจะกลับตอนสี่ทุ่ม
ก็คิดว่า เอาวะ สุดท้ายของวันแล้ว
พอน้องลงมาเลยเดินเข้าไปขอ
รอจนกอล์ฟตอบว่า ได้ฮะ
พอพี่อ้อยถ่ายเสร็จ เราก็ขอบคุณ
ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเข้าไปถ่ายหรืออะไรอีกแล้ว
แต่กลับมีกลุ่มอื่นที่ไม่มีมารยาทสุดๆ
แทรกเข้าไปทั้งๆที่พวกเรายังยืนล้อมน้องกันอยู่เลย
ขอบอกว่าตั้งแต่ตามน้องมา ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
ควรจะรอให้กลุ่มที่คุยกับน้องอยู่ถอยซะก่อนนะ
แล้วตัวเองจะขออะไรก็ต้องเข้าไปขอเอง
ไม่ใช่เอาโอกาสที่คนอื่นขอ แทรกเข้าไปหน้าตาเฉย


ขนาดพูดกระทบแล้วว่า น้องเหนื่อย ต้องเกรงใจ
ก็ยังทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน
แต่เอาเถอะนะ
ได้ยินเต็มสองหูกอล์ฟพูดว่า "ถ่ายทีเดียวเลยไม่ได้เหรอ"
อย่างที่พูดทุกๆครั้ง ทำอะไร ก็อย่าคิดว่าน้องจะจำไม่ได้
ถ้ารู้จักเกรงใจน้อง น้องก็จะจำไปแบบนั้น
แต่ถ้าไม่มีมารยาท น้องก็จะจำแบบนั้นเหมือนกัน
อยากจะเป็นแบบไหนก็เลือกเอง


 


เริ่มมาก็บ่นก่อนเลยวุ้ยตู


นอกเหนือจากเรื่องข้างบนนี่แล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี
ต้องขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน
ทุกคนที่ไปกับเราน่ารักทุกคนเลย
ถึงจะน้อย หารค่ารถแล้วแพงไปหน่อย ฮ่าๆๆๆ
แต่ก็มีความสุขดี


ไปถึงราชบุรีประมาณเที่ยงกว่าๆ (ใช่มั้ยหว่า)
สั่งข้าวไปยังไม่ทันกิน น้องก็เข้ามาที่โรงแรม
เดินออกไปรับเสด็จกันแบบกล้าๆกลัวๆ
พี่แพร์ก็ชี้ให้กอล์ฟไมค์ดู น้องก็เลยหันมายิ้มให้


หลังจากรอไปยัน 5 โมง น้องก็ลงมา
ระหว่างนั้นการ์ดก็ตั้งแถวกันน้องเลยทีเดียว
โอ้แม่เจ้า ปีที่แล้วไม่เห็นถึงขั้นนี้
พอไมค์เดินผ่านหน้าก็เลยเรียก ชี้ป้ายให้ดู
แล้วถามว่าหล่อป่ะ



ไมค์ก็หันมายิ้มมมม แล้วชี้ๆ
ขออภัยหมูด้วย กอล์ฟเดินเร็ว เรียกไม่ทัน
(หมายเหตุ : ป้ายนี้เอาไอเดียมาจากเพื่อนหมู)
จากนั้นทั้งสองคนก็ไปตั้งขบวนเตรียมแห่รอบเมือง


ถึงแม้ฝนจะตกปรอยๆ แต่ก็บ่ยั่น
คราวนี้ยกหน้าที่ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอให้คนอื่นหมด
ขอยืนถือป้ายแล้วดูน้องเฉยๆบ้างเห๊อะ


และถึงแม้จะร้องผิดเพลงขาประจำ แต่ก็ยังน่ารัก ฮ่าๆ
ชอบน้องเวลาร้องเพลงสุดตัวที่สุดเลยอ่ะ
ไมค์จะยิ้มมมมมมม จนคิดว่าจริงๆไม่ได้ชอบร็อกล่ะม้าง
ดูฮีมีความสุขกับการเต้นอะไรดุ๊กดิ๊กแบบนี้จัง


แต่ตอนขาขึ้นรถตู้จะกลับเนี่ยสิ
ได้ยินว่ากอล์ฟโดนจิก ตบ ทึ้งอย่างรุนแรง
เรามองไม่เห็นกอล์ฟ เห็นแต่ไมค์
ไม่ใช่ว่ามองแต่ไมค์นะ แต่เป็นเพราะคนพากันรุมกอล์ฟ
จนมองไม่เห็นตัวเลยต่างหาก
เห็นแบบนี้แล้วคิดว่า จะมีวิธีไหนที่ทำให้น้องไม่ต้องโดนรุมบ้างมั้ย
แต่ก็... คงยาก...


จบวันก็เป็นอย่างที่บ่นข้างบน


ขากลับแวะกินข้าวต้มข้างทาง
พอถึงบ้านนี่หลับเป็นตายอ่ะ ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยอย่างแรง


 


รู้ตัวตื่นอีกที 11 โมงเข้าไปละ
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปกินพิซซ่ากัน


มีโมจิไอติมจากทุกๆคนด้วย
ขอบคุณที่มากัน ทั้งที่ดูเหมือนจะติดภารกิจ
(ทำเหมือนเป็นวันเกิดตัวเอง ขอบคุณทำไม)


ตอนเย็นไปกินข้าวกับที่บ้านพี่อ้อยต่อ
อิ่มมมมมม...


 


สุขสันต์วันเกิด แฮปปี้เบิร์ดเดย์
แม้ฉันจะไม่ได้เจอ...
(ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ละ)


ความจริงพี่อ้อยก็มีความสุขอยู่แล้วแหละ
แต่ก็อยากให้อย่าเครียดกับงานมากนัก
แค่ตื่นเช้าไปทำงานให้ได้ก็ไม่ต้องเลิกดึกแล้วใช่ป่ะ อิอิ
ไม่ใช่มีเวลาก็เอาแต่เล่นเนตกับดูทีวี
หน้าจะแก่เร็วนะ


พี่อ้อยเป็นคนน่ารัก ใครๆรู้จักก็ต้องรักทั้งนั้นแหละ
ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไป เบียร์จะได้อาศัยพึ่งพึงด้วย ฮ่าๆ
เลิกซุ่มซ่ามซักที จะได้ไม่มีแผลตามตัว


สุดท้ายก็ขอให้เราอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆเนาะ
รักนะ จุ๊บๆ

 

ไมเกรน



เมื่อคืนวันก่อน อยู่ดีๆก็ปวดหัวตรงหน้าผาก ปวดมาก
ก็คิดว่าสงสัยจะปวดเหมือนที่เคยๆปวดนั่นแหละ
นอนหลับซักตื่นก็คงจะหาย


กลายเป็นว่า นอนไม่หลับ ปวดมาก
แล้วพอออกมาเข้าห้องน้ำ เห็นโถส้วมปุ๊บอาเจียนเลย
ลงกินน้ำ กะว่า อาเจียนแล้วคงดีขึ้น
แต่ไม่ใช่ มันไม่ยอมหยุดคลื่นไส้ อาเจียนไม่หยุด
ร้องฮือๆ อยู่บนเตียงจนพี่อ้อยต้องพาไปรพ.อ่ะ


ไปถึงหมอก็บอกว่านี่มันอาการไมเกรนแล้วล่ะ
แต่หมอไม่อยากวินิจฉัยว่าเป็นไมเกรน
เพราะคนไข้จะวิตกว่าตัวเองเป็น ทีนี้จะปวดบ่อยขึ้น


ก็เลยโดนฉีดยาที่สะโพกหนึ่งเข็ม
เดินขาลากกลับขึ้นรถแล้วกลับบ้านมานอนต่อ


ฮาหมอ ถามคำแรกเลยว่าช่วงนี้กินยาคุมกำเนิดรึเปล่า
โอ้วววว... ไม่ค่ะม่าย ไม่ได้ท้อง ฮ่าๆๆๆๆ
แหม...


สรุปว่า ตูเป็นไมเกรนขั้นต้นหรือเปล่า
โรคกรรม... มิได้เกิดจากความเครียดแต่อย่างใด
เพราะเราไม่ได้มีปัญหาชีวิตขนาดนั้น


ก็นั่นแหละ...
ว่าแต่ว่า รพ.รัฐมันช่างต่างจากรพ.เอกชนเสียนี่กระไร
ฉีดยาตรงสะโพกแม่งปวดชิบหาย
แต่ไม่มีรถเข็น ข้าพเจ้าต้องเดินขากระเผลกไปลานจอดรถเอง
ขณะที่เอกชนนี่ แทบจะไม่ยอมให้เดิน


เฮ้อ...


 


นอกจากเรื่องป่วยก็ยังมีเรื่องที่ทำให้แฮปปี้ได้อยู่
หูยยยยย....
มันอยากจะหยิกแก้มคนเฟ้ย
เชอะ... ทำไมยะ หูย... ความหมายไหน
ว่ากันว่า ใครชมก็ไม่ดีใจเท่ากับคนที่ชอบชม
ถูกต้องที่ซู้ดดด...


ว่าแต่ไม่ได้ตั้งใจจะให้รู้เล้ย เรื่องไมเกรนเนี่ย
เอาเหอะ แต่ฮีคงไม่ได้สนใจอยู่ดีแหละ


 


แล้วก็...


ไปดูหนังเรื่องโอปปาติก ก็... อืม... ออกแนวผิดหวัง
กับพลอตเรื่องที่ไม่ลงตัว เน้นฉากแอคชั่นที่มีไปเพื่อ...?


แค่นั้นแหละกับหนังเรื่องนี้


 


สุดท้าย วันนี้ไปทำบุญมา
ไปถวายภัตตาหารแล้วก็ปล่อยปลา




ถ่ายรูปกับอาม่าซักหน่อย


ดีนะ ได้ทำบุญ รู้สึกมีพลังชีวิตดี
อธิษฐานเผื่อทุกคนที่รู้จักด้วย
อยากจะให้ทุกคนที่เรารู้จักมีแต่ความสุขสมหวังนะ


สาธุกันเร้ว...


 



 

it is ur choice

 


เมื่อวานไปหากอล์ฟไมค์ที่ตึก
พอขึ้นไปถึงต้องเข้าไปนั่งรอในบันไดหนีไฟ
ไมค์ออกมา ลงลิฟท์ เราก็ทันแค่เห็นว่าคุยๆอะไรอยู่กับแฟนคลับ


แต่พอเข้าไปนั่งรออีกรอบ เวลาผ่านไปซักพัก
ไมค์เปิดพรวดเข้ามา ถือมือถือใหม่คับท่าน
แล้วพอยื่นมือไปขอจับ ไมค์ก็ถามว่าทำไม
สงสัยนึกว่าจะขอดูมือถือใหม่ล่ะมั้ง
ก็เลยบอกไปว่า คิดถึงไม่ได้เหรอ
ไมค์ก็เลยยื่นมือมาแล้วขำๆ


เจออีกทีคือ ตอนเลิกเลย
ตอนลงลิฟท์ก็อีกแล้วไม่ทันอีกแล้วตู
พอลงลิฟท์หลังไปข้างล่างสิ ตลก
คือ กอล์ฟเหมือนเดินออกจากลิฟท์แล้วไปข้างหลัง
แต่รถอยู่ข้างหน้า
ตอนที่เราลงไปถึง กอล์ฟก็เลยกำลังเดินไปข้างหน้า
พอกอล์ฟหันมาเห็นว่ามีคนวิ่งตามก็หัวเราะ
แล้วบอกว่ากอล์ฟไม่ได้แกล้งนะ กอล์ฟเดินผิด
(อะไรซักอย่าง คนอื่นเล่าให้ฟังอีกที)


แล้วพอกอล์ฟขึ้นรถ บรรดาเพื่อนๆอีชั้น
ก็ยืนกล้าๆกลัวๆอยู่ข้างนอก
จนต้อง เฮ้ย เข้าไปซี่ ยืนทำไรกันยู้....
หมูเลยขอถ่ายรูป เราก็ขอบ้าง แต่แฟลชดันไม่ติด
กอล์ฟแอคให้น่ารักด้วยอ่ะ กล้องเจ้ากรรมหนอ
แล้วพี่อ้อยก็เอาซีดีเกาหลีไปให้เซ็น
กอล์ฟเขียนรูปหัวใจตรงตัว I ให้พี่อ้อยด้วย น่ารักสุดๆ


ส่วนไมค์หายไปไหนไม่รู้ มีการเข้าไปซื้อสตาร์บัคส์
ตอนที่เดินลงมา หมูก็ขอถ่ายรูป คุยๆ
แล้วพอขึ้นรถเราก็เลยเอาซีดีพี่อ้อยไปให้ไมค์เซ็นบ้าง
บอกไมค์ว่าของพี่อ้อยนะ
ไมค์ก็เขียนลูกศรชึ้มาตรงที่กอล์ฟเขียนว่าทูพี่อ้อยไว้แล้ว
เสร็จก็เงยหน้าขึ้นมอง
เราก็เลยพูดว่า ขอบคุณ... อารมณ์ประชด
ไมค์ก็หัวเราะ คงสะใจได้แกล้งล่ะมั้ง เหอ...


ก็นานๆทีได้ไปตรงหน้ารถตู้ อารมณ์มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
เราก็พยายามหันไปชวนคนอื่นให้เข้าๆกันไปนะ
ก็ผลัดกันเข้าๆออกๆ


ต้องพูดตรงๆว่า การเข้าหาน้องน่ะ
มันก็แล้วแต่วิจารณญานของแต่ละคน
ไม่มีใครมีสิทธิ์มาพูดหรือบอกคนอื่นว่า
ออกบ้างสิ จะได้เข้าบ้าง
แบบนั้นมันไม่ถูกหรอก มันน่าเกลียด
คือ ต้องขึ้นกับว่า จะอยากหลบมั้ย จะเห็นใจคนอื่นมั้ย
การจะเข้าโดยไม่หลบ มันก็ไม่ผิด
เพียงแต่ ถ้าเราทำยังไงเราก็จะได้ผลอย่างนั้น
ถ้าเราแบ่ง ครั้งต่อไป คนอื่นก็จะแบ่งเราช่วยเรา
แต่ถ้าเรากัน เราไม่หลบ คนอื่นก็จะไม่หลบให้เราเหมือนกัน


 



 

new image

 


เปิดเรียนแล้ว รู้สึกดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆแหะ
ทั้งที่ความจริง น่าจะชอบอยู่บ้านมากกว่าใช่มะ
แต่รู้สึกการได้ออกไปเรียน มันเหมือนใส่อะไรลงในชีวิต
การอยู่บ้านเฉยๆ มันก็เหมือนปล่อยชีวิตให้ถดถอยไปอ่ะ


จะว่าไปช่วงนี้อากาศร้อนรุนแรงเนาะ
ก็ชอบที่ฝนไม่ตก แต่อากาศแบบนี้ผิวไหม้หมดเลย
พูดเรื่องผิวแล้วก็ลองมานึกๆดู
ตั้งแต่เด็กก็มีแต่คนชมว่าผิวสวย หน้าใสอะไรแบบนั้น
จนเป็นพวกไม่รักษาผิวตัวเองเลย
ตรงกันข้ามกับผม มีแต่คนบอกผมฟู
ก็เลยทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ทรงผมมันลีบๆลง


แล้วพอมาขับรถอ่ะ นานๆเข้าแขนดำปี๋
คือ พอเอามาเทียบกับขา หรือหน้าแล้วแบบคนละสีไปเลย
ช่วงนี้ก็เลยพยายามหมั่นทาครีมที่แขน
เพราะรู้สึกว่ามันชักจะคล้ำเกินไปแล้ว


เมื่อก่อนอ่ะ เป็นคนอาบน้ำเร็ว ทำอะไรเร็วมาก
เดี๋ยวนี้ อาบน้ำก็ต้องเอาฟองน้ำขัด
ถ้าสระผมก็ต้องเป่า ต้องหนีบ
ทาครีม ใส่-ถอดคอนแทค แล้วยังต้องทายาที่มืออีก
หรือถ้าเป็นตอนออกจากบ้านก็ต้องแต่งหน้า
โอย... กว่าจะออกไปไหนหรือจะนอนแต่ละที เหนื่อย
ไอ้การรักสวยรักงามมันลำบากอย่างนี้นี่เอง
แต่ก็... ไม่รู้สิ หลังๆมานี่ก็มีคนชมว่าดูสวยขึ้นนะ
คือ รู้ว่าไม่ได้สวย แต่หมายถึงว่าดูดีขึ้น


เมื่อวานเปิดเทอมวันแรกไปหาเซนเซ
เซนเซก็ sugoi kirei~
ก็ได้แต่อาริกาโตว...กันไป
ซึ่งก็มานั่งคิดว่า ต้องแต่งหน้านั่นแหละถึงจะมีคนชม
วันไหนไม่แต่ง โดนคนทักกว่าไปทำอะไรมาหน้าโทรมทู้กที
ทั้งที่เมื่อก่อนไม่แต่งก็ไม่เห็นมีใครทักเลย
เหนื่อยเนาะ พอเปลี่ยนตัวเองไปแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้


แล้วยิ่งพ่อคุณไมค์ มาแกล้งแซวอีกนะ หึหึ
เอาเหอะ จะหน้าแบบไหนไปก็เหมือนกัน


 


 

FINO ราชบุรี & HBD aoichan



วงจรชีวิตการตามไปงานฟีโน่เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ยังจำปีที่แล้วได้แม่นอยู่เลย
แต่ปีนี้ก็เป็นอะไรที่ไม่เหมือนเดิมอย่างมาก
มีคนหายไป แต่ก็มีคนเพิ่มขึ้น
ก็บอกตรงๆว่าใจหายนะ
แต่ก็ดีที่มีคนมาตามน้องมากขึ้น (ถ้าไม่วุ่นวาย)


โชคดีที่ถือว่ามีประสบการณ์จากปีที่แล้ว
ก็เลยรู้ว่าจังหวะไหนเข้าได้หรือเข้าไม่ได้
ไม่ได้จะมาสอนใครแต่อย่างใด
แต่เวลาจะเข้าไปขอถ่ายรูปหรือขออะไร
ก็ควรจะสังเกตสีหน้าน้องให้ดีซักหน่อยนะ
มิเช่นนั้นก็... (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)


เพราะวันนั้นเป็นวันก่อนหน้าวันเกิดพี่อ้อย
เราก็รอโอกาสมาตั้งแต่บ่าย
จนกระทั่งน้องจะกลับตอนสี่ทุ่ม
ก็คิดว่า เอาวะ สุดท้ายของวันแล้ว
พอน้องลงมาเลยเดินเข้าไปขอ
รอจนกอล์ฟตอบว่า ได้ฮะ
พอพี่อ้อยถ่ายเสร็จ เราก็ขอบคุณ
ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเข้าไปถ่ายหรืออะไรอีกแล้ว
แต่กลับมีกลุ่มอื่นที่ไม่มีมารยาทสุดๆ
แทรกเข้าไปทั้งๆที่พวกเรายังยืนล้อมน้องกันอยู่เลย
ขอบอกว่าตั้งแต่ตามน้องมา ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
ควรจะรอให้กลุ่มที่คุยกับน้องอยู่ถอยซะก่อนนะ
แล้วตัวเองจะขออะไรก็ต้องเข้าไปขอเอง
ไม่ใช่เอาโอกาสที่คนอื่นขอ แทรกเข้าไปหน้าตาเฉย


ขนาดพูดกระทบแล้วว่า น้องเหนื่อย ต้องเกรงใจ
ก็ยังทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน
แต่เอาเถอะนะ
ได้ยินเต็มสองหูกอล์ฟพูดว่า "ถ่ายทีเดียวเลยไม่ได้เหรอ"
อย่างที่พูดทุกๆครั้ง ทำอะไร ก็อย่าคิดว่าน้องจะจำไม่ได้
ถ้ารู้จักเกรงใจน้อง น้องก็จะจำไปแบบนั้น
แต่ถ้าไม่มีมารยาท น้องก็จะจำแบบนั้นเหมือนกัน
อยากจะเป็นแบบไหนก็เลือกเอง


 


เริ่มมาก็บ่นก่อนเลยวุ้ยตู


นอกเหนือจากเรื่องข้างบนนี่แล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี
ต้องขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน
ทุกคนที่ไปกับเราน่ารักทุกคนเลย
ถึงจะน้อย หารค่ารถแล้วแพงไปหน่อย ฮ่าๆๆๆ
แต่ก็มีความสุขดี


ไปถึงราชบุรีประมาณเที่ยงกว่าๆ (ใช่มั้ยหว่า)
สั่งข้าวไปยังไม่ทันกิน น้องก็เข้ามาที่โรงแรม
เดินออกไปรับเสด็จกันแบบกล้าๆกลัวๆ
พี่แพร์ก็ชี้ให้กอล์ฟไมค์ดู น้องก็เลยหันมายิ้มให้


หลังจากรอไปยัน 5 โมง น้องก็ลงมา
ระหว่างนั้นการ์ดก็ตั้งแถวกันน้องเลยทีเดียว
โอ้แม่เจ้า ปีที่แล้วไม่เห็นถึงขั้นนี้
พอไมค์เดินผ่านหน้าก็เลยเรียก ชี้ป้ายให้ดู
แล้วถามว่าหล่อป่ะ



ไมค์ก็หันมายิ้มมมม แล้วชี้ๆ
ขออภัยหมูด้วย กอล์ฟเดินเร็ว เรียกไม่ทัน
(หมายเหตุ : ป้ายนี้เอาไอเดียมาจากเพื่อนหมู)
จากนั้นทั้งสองคนก็ไปตั้งขบวนเตรียมแห่รอบเมือง


ถึงแม้ฝนจะตกปรอยๆ แต่ก็บ่ยั่น
คราวนี้ยกหน้าที่ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอให้คนอื่นหมด
ขอยืนถือป้ายแล้วดูน้องเฉยๆบ้างเห๊อะ


และถึงแม้จะร้องผิดเพลงขาประจำ แต่ก็ยังน่ารัก ฮ่าๆ
ชอบน้องเวลาร้องเพลงสุดตัวที่สุดเลยอ่ะ
ไมค์จะยิ้มมมมมมม จนคิดว่าจริงๆไม่ได้ชอบร็อกล่ะม้าง
ดูฮีมีความสุขกับการเต้นอะไรดุ๊กดิ๊กแบบนี้จัง


แต่ตอนขาขึ้นรถตู้จะกลับเนี่ยสิ
ได้ยินว่ากอล์ฟโดนจิก ตบ ทึ้งอย่างรุนแรง
เรามองไม่เห็นกอล์ฟ เห็นแต่ไมค์
ไม่ใช่ว่ามองแต่ไมค์นะ แต่เป็นเพราะคนพากันรุมกอล์ฟ
จนมองไม่เห็นตัวเลยต่างหาก
เห็นแบบนี้แล้วคิดว่า จะมีวิธีไหนที่ทำให้น้องไม่ต้องโดนรุมบ้างมั้ย
แต่ก็... คงยาก...


จบวันก็เป็นอย่างที่บ่นข้างบน


ขากลับแวะกินข้าวต้มข้างทาง
พอถึงบ้านนี่หลับเป็นตายอ่ะ ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยอย่างแรง


 


รู้ตัวตื่นอีกที 11 โมงเข้าไปละ
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปกินพิซซ่ากัน


มีโมจิไอติมจากทุกๆคนด้วย
ขอบคุณที่มากัน ทั้งที่ดูเหมือนจะติดภารกิจ
(ทำเหมือนเป็นวันเกิดตัวเอง ขอบคุณทำไม)


ตอนเย็นไปกินข้าวกับที่บ้านพี่อ้อยต่อ
อิ่มมมมมม...


 


สุขสันต์วันเกิด แฮปปี้เบิร์ดเดย์
แม้ฉันจะไม่ได้เจอ...
(ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ละ)


ความจริงพี่อ้อยก็มีความสุขอยู่แล้วแหละ
แต่ก็อยากให้อย่าเครียดกับงานมากนัก
แค่ตื่นเช้าไปทำงานให้ได้ก็ไม่ต้องเลิกดึกแล้วใช่ป่ะ อิอิ
ไม่ใช่มีเวลาก็เอาแต่เล่นเนตกับดูทีวี
หน้าจะแก่เร็วนะ


พี่อ้อยเป็นคนน่ารัก ใครๆรู้จักก็ต้องรักทั้งนั้นแหละ
ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไป เบียร์จะได้อาศัยพึ่งพึงด้วย ฮ่าๆ
เลิกซุ่มซ่ามซักที จะได้ไม่มีแผลตามตัว


สุดท้ายก็ขอให้เราอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆเนาะ
รักนะ จุ๊บๆ

 

ไมเกรน



เมื่อคืนวันก่อน อยู่ดีๆก็ปวดหัวตรงหน้าผาก ปวดมาก
ก็คิดว่าสงสัยจะปวดเหมือนที่เคยๆปวดนั่นแหละ
นอนหลับซักตื่นก็คงจะหาย


กลายเป็นว่า นอนไม่หลับ ปวดมาก
แล้วพอออกมาเข้าห้องน้ำ เห็นโถส้วมปุ๊บอาเจียนเลย
ลงกินน้ำ กะว่า อาเจียนแล้วคงดีขึ้น
แต่ไม่ใช่ มันไม่ยอมหยุดคลื่นไส้ อาเจียนไม่หยุด
ร้องฮือๆ อยู่บนเตียงจนพี่อ้อยต้องพาไปรพ.อ่ะ


ไปถึงหมอก็บอกว่านี่มันอาการไมเกรนแล้วล่ะ
แต่หมอไม่อยากวินิจฉัยว่าเป็นไมเกรน
เพราะคนไข้จะวิตกว่าตัวเองเป็น ทีนี้จะปวดบ่อยขึ้น


ก็เลยโดนฉีดยาที่สะโพกหนึ่งเข็ม
เดินขาลากกลับขึ้นรถแล้วกลับบ้านมานอนต่อ


ฮาหมอ ถามคำแรกเลยว่าช่วงนี้กินยาคุมกำเนิดรึเปล่า
โอ้วววว... ไม่ค่ะม่าย ไม่ได้ท้อง ฮ่าๆๆๆๆ
แหม...


สรุปว่า ตูเป็นไมเกรนขั้นต้นหรือเปล่า
โรคกรรม... มิได้เกิดจากความเครียดแต่อย่างใด
เพราะเราไม่ได้มีปัญหาชีวิตขนาดนั้น


ก็นั่นแหละ...
ว่าแต่ว่า รพ.รัฐมันช่างต่างจากรพ.เอกชนเสียนี่กระไร
ฉีดยาตรงสะโพกแม่งปวดชิบหาย
แต่ไม่มีรถเข็น ข้าพเจ้าต้องเดินขากระเผลกไปลานจอดรถเอง
ขณะที่เอกชนนี่ แทบจะไม่ยอมให้เดิน


เฮ้อ...


 


นอกจากเรื่องป่วยก็ยังมีเรื่องที่ทำให้แฮปปี้ได้อยู่
หูยยยยย....
มันอยากจะหยิกแก้มคนเฟ้ย
เชอะ... ทำไมยะ หูย... ความหมายไหน
ว่ากันว่า ใครชมก็ไม่ดีใจเท่ากับคนที่ชอบชม
ถูกต้องที่ซู้ดดด...


ว่าแต่ไม่ได้ตั้งใจจะให้รู้เล้ย เรื่องไมเกรนเนี่ย
เอาเหอะ แต่ฮีคงไม่ได้สนใจอยู่ดีแหละ


 


แล้วก็...


ไปดูหนังเรื่องโอปปาติก ก็... อืม... ออกแนวผิดหวัง
กับพลอตเรื่องที่ไม่ลงตัว เน้นฉากแอคชั่นที่มีไปเพื่อ...?


แค่นั้นแหละกับหนังเรื่องนี้


 


สุดท้าย วันนี้ไปทำบุญมา
ไปถวายภัตตาหารแล้วก็ปล่อยปลา




ถ่ายรูปกับอาม่าซักหน่อย


ดีนะ ได้ทำบุญ รู้สึกมีพลังชีวิตดี
อธิษฐานเผื่อทุกคนที่รู้จักด้วย
อยากจะให้ทุกคนที่เรารู้จักมีแต่ความสุขสมหวังนะ


สาธุกันเร้ว...


 



 

it is ur choice

 


เมื่อวานไปหากอล์ฟไมค์ที่ตึก
พอขึ้นไปถึงต้องเข้าไปนั่งรอในบันไดหนีไฟ
ไมค์ออกมา ลงลิฟท์ เราก็ทันแค่เห็นว่าคุยๆอะไรอยู่กับแฟนคลับ


แต่พอเข้าไปนั่งรออีกรอบ เวลาผ่านไปซักพัก
ไมค์เปิดพรวดเข้ามา ถือมือถือใหม่คับท่าน
แล้วพอยื่นมือไปขอจับ ไมค์ก็ถามว่าทำไม
สงสัยนึกว่าจะขอดูมือถือใหม่ล่ะมั้ง
ก็เลยบอกไปว่า คิดถึงไม่ได้เหรอ
ไมค์ก็เลยยื่นมือมาแล้วขำๆ


เจออีกทีคือ ตอนเลิกเลย
ตอนลงลิฟท์ก็อีกแล้วไม่ทันอีกแล้วตู
พอลงลิฟท์หลังไปข้างล่างสิ ตลก
คือ กอล์ฟเหมือนเดินออกจากลิฟท์แล้วไปข้างหลัง
แต่รถอยู่ข้างหน้า
ตอนที่เราลงไปถึง กอล์ฟก็เลยกำลังเดินไปข้างหน้า
พอกอล์ฟหันมาเห็นว่ามีคนวิ่งตามก็หัวเราะ
แล้วบอกว่ากอล์ฟไม่ได้แกล้งนะ กอล์ฟเดินผิด
(อะไรซักอย่าง คนอื่นเล่าให้ฟังอีกที)


แล้วพอกอล์ฟขึ้นรถ บรรดาเพื่อนๆอีชั้น
ก็ยืนกล้าๆกลัวๆอยู่ข้างนอก
จนต้อง เฮ้ย เข้าไปซี่ ยืนทำไรกันยู้....
หมูเลยขอถ่ายรูป เราก็ขอบ้าง แต่แฟลชดันไม่ติด
กอล์ฟแอคให้น่ารักด้วยอ่ะ กล้องเจ้ากรรมหนอ
แล้วพี่อ้อยก็เอาซีดีเกาหลีไปให้เซ็น
กอล์ฟเขียนรูปหัวใจตรงตัว I ให้พี่อ้อยด้วย น่ารักสุดๆ


ส่วนไมค์หายไปไหนไม่รู้ มีการเข้าไปซื้อสตาร์บัคส์
ตอนที่เดินลงมา หมูก็ขอถ่ายรูป คุยๆ
แล้วพอขึ้นรถเราก็เลยเอาซีดีพี่อ้อยไปให้ไมค์เซ็นบ้าง
บอกไมค์ว่าของพี่อ้อยนะ
ไมค์ก็เขียนลูกศรชึ้มาตรงที่กอล์ฟเขียนว่าทูพี่อ้อยไว้แล้ว
เสร็จก็เงยหน้าขึ้นมอง
เราก็เลยพูดว่า ขอบคุณ... อารมณ์ประชด
ไมค์ก็หัวเราะ คงสะใจได้แกล้งล่ะมั้ง เหอ...


ก็นานๆทีได้ไปตรงหน้ารถตู้ อารมณ์มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
เราก็พยายามหันไปชวนคนอื่นให้เข้าๆกันไปนะ
ก็ผลัดกันเข้าๆออกๆ


ต้องพูดตรงๆว่า การเข้าหาน้องน่ะ
มันก็แล้วแต่วิจารณญานของแต่ละคน
ไม่มีใครมีสิทธิ์มาพูดหรือบอกคนอื่นว่า
ออกบ้างสิ จะได้เข้าบ้าง
แบบนั้นมันไม่ถูกหรอก มันน่าเกลียด
คือ ต้องขึ้นกับว่า จะอยากหลบมั้ย จะเห็นใจคนอื่นมั้ย
การจะเข้าโดยไม่หลบ มันก็ไม่ผิด
เพียงแต่ ถ้าเราทำยังไงเราก็จะได้ผลอย่างนั้น
ถ้าเราแบ่ง ครั้งต่อไป คนอื่นก็จะแบ่งเราช่วยเรา
แต่ถ้าเรากัน เราไม่หลบ คนอื่นก็จะไม่หลบให้เราเหมือนกัน


 



 

บ๊ายบาย จุดบนใบหน้า


 



วันนี้ไปเลเซอร์จี้ขี้แมลงวันบนหน้าออกล่ะ
ก็ตั้งแต่เด็กๆแล้ว มีขี้แมลงวันเยอะมากบนหน้า
ประมาณ 20 กว่าเม็ดเลยอ่ะ
แล้วก็คิดมาตลอดว่าอยากจะจี้ออกซักที
จนในที่สุดแม่ก็อนุมัติเงินให้ไปทำ


กระบวนการก็คือ แปะยาชาตามจุดที่จะจี้
รอ 45 นาที จนยาชาออกฤทธิ์
หลังจากนั้นหมอก็เอายิงเลเซอร์จี้ทีละจุดบนหน้ากับคอ
ทั้งหมด 32 เม็ดครับท่าน เยอะอะไรเช่นนี้


ตอนยิงก็เจ็บจี๊ดๆอ่ะ แล้วก็ไม่มีอะไรเลย
ที่น่ากลัวคือหลังจากนี้ไปแล้วจะเป็นแผลเป็นมั้ยหว่า


แต่แนะนำว่า ถ้าใครจะทำก็อย่าเชื่อเรามากนะว่ามันไม่เจ็บ
เพราะเราเป็นพวกซาดิสม์ตั้งแต่ไหนแต่ไร
ชอบฉีดยามาตั้งแต่เด็ก แม่บอกว่าไม่เคยร้องไห้เลยตอนฉีดยา
ดังนั้น มันอาจจะเจ็บ แต่เราไม่รู้สึกเองก็ได้ ฮ่าๆๆๆ



มาพูดถึงกอล์ฟไมค์บ้างดีกว่า
เมื่อวานไปส่งน้องไปขึ้นเครื่องที่ดอนเมือง
ไม่ได้นอนเลยคืนนั้น ไปรับพี่อ้อยเลิกงานตอนเที่ยงคืนครึ่ง
แล้วก็กลับบ้านมานั่งดูหนัง
เพราะคิดว่าถ้าหลับก็คงจะไม่ตื่นแล้วอ่ะ
ดูหนังเสร็จ อาบน้ำออกจากบ้าน
ไปตั้งแต่สนามบินยังไม่เปิด มืดและไร้ผู้คน
แต่พอซักพักก็มีแฟนคลับค่อยๆทยอยมา
จริงๆมีคนมาก่อนเราด้วยอ่ะ อึดมากๆ


พอน้องมาก็กรูๆกันตามอย่างเคยๆ
ได้จังหวะน้องหยุดเดินก็เลยเอาขนมไปให้
คือ มันไม่ได้ตั้งใจ แต่รู้ตัวอีกทีก็ยืนอยู่หน้าไมค์ซะแล้ว
ตอนยื่นขนมไป เตยยื่นไปก่อน
แต่ขนมของเตยมันถุงใหญ่ไปหน่อย ไมค์เลยบอกว่าไม่เอาได้มั้ย
คุยไปคุยมาก็ยอมเอาแหละ
แต่ก็บอกว่า ให้ถอดรองเท้าด้วย จะได้เหมือนตักบาตร
ซะงั้นอ่านะ
พอรับของเตยเสร็จก็มารับของเราเป็นลูกอมถุงเล็กๆ


ก็นะ... แฟนคลับก็รัก เป็นห่วง แล้วก็อยากจะมีเรื่องเข้าหา
กอล์ฟไมค์ก็เข้าใจแฟนคลับหน่อยก็แล้วกันเนาะ


ส่วนคนที่ไม่ใช่แฟนคลับกอล์ฟไมค์
แต่เสร่อมาเดินตามแล้วพูดจาน่ารำคาญ
แถมทำกิริยาสถุล เช่น ช้อนกล้องสาดแฟลชใส่หน้าน้อง
ก็ควรจะกลับไปอยู่สังคมต่ำๆ ของตัวเองเหมือนเดิมนะ



กลับจากส่งน้องเสร็จ เลยนอนข้ามวันข้ามคืนเลยล่ะ
วันอาทิตย์ตื่นไปจี้ไฝ แล้วก็แวะไปทำบุญที่วัด


ขากลับแวะรับน้องที่สนามบิน
แฟนคลับกอล์ฟไมค์น่ารักและฮาได้อีก
ไม่รู้สิ วิ่งกรูกันไป วิ่งกรูกันมา


แต่...
เราคิดว่า ถ้าน้องได้ขึ้นรถตู้แล้วเนี่ย
ก็ถอยๆกันออกมาดีกว่านะ
เพราะวันนี้ก็โดนคนที่ทำคิวรถแท๊กซี่ว่าแล้วว่าอีก
เรารู้แหละว่ามันเป็นธรรมชาติของแฟนคลับ
แต่เมื่อโดนเตือนแล้วก็ควรจะถอยอ่ะ
ไม่อย่างนั้น คนภายนอกเค้าจะว่ากอล์ฟไมค์ได้นะ


เราได้แต่มองอยู่ไกลๆ เดินไม่เคยทันอยู่แล้ว
แล้วไมค์ก็ดูหน้ามึนๆ เลยไม่กล้าเข้าไปทักทายอะไรมาก
จริงๆ ก็อยากนะ อยากเข้าไปเดินข้างๆ แล้วคุยด้วย
แต่ เอิ่ม... ถ้าคนมันเยอะ ก็ขออยู่รอบนอกดีกว่า
คือ เป็นคนตัวใหญ่ ไม่อยากจะไปกินที่หรือเบียดคนอื่นอ่ะ


 


จบวันด้วยการไปกินข้าวแล้วก็กินไอติม


 


ทู้กคน อย่าลืมนัดของพวกเราเสาร์หน้านะ
แทบจะรอไม่ไหวแล้วค๊าบ อยากให้เราไปสนุกด้วยกันน๊า


 


 

new image

 


เปิดเรียนแล้ว รู้สึกดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆแหะ
ทั้งที่ความจริง น่าจะชอบอยู่บ้านมากกว่าใช่มะ
แต่รู้สึกการได้ออกไปเรียน มันเหมือนใส่อะไรลงในชีวิต
การอยู่บ้านเฉยๆ มันก็เหมือนปล่อยชีวิตให้ถดถอยไปอ่ะ


จะว่าไปช่วงนี้อากาศร้อนรุนแรงเนาะ
ก็ชอบที่ฝนไม่ตก แต่อากาศแบบนี้ผิวไหม้หมดเลย
พูดเรื่องผิวแล้วก็ลองมานึกๆดู
ตั้งแต่เด็กก็มีแต่คนชมว่าผิวสวย หน้าใสอะไรแบบนั้น
จนเป็นพวกไม่รักษาผิวตัวเองเลย
ตรงกันข้ามกับผม มีแต่คนบอกผมฟู
ก็เลยทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ทรงผมมันลีบๆลง


แล้วพอมาขับรถอ่ะ นานๆเข้าแขนดำปี๋
คือ พอเอามาเทียบกับขา หรือหน้าแล้วแบบคนละสีไปเลย
ช่วงนี้ก็เลยพยายามหมั่นทาครีมที่แขน
เพราะรู้สึกว่ามันชักจะคล้ำเกินไปแล้ว


เมื่อก่อนอ่ะ เป็นคนอาบน้ำเร็ว ทำอะไรเร็วมาก
เดี๋ยวนี้ อาบน้ำก็ต้องเอาฟองน้ำขัด
ถ้าสระผมก็ต้องเป่า ต้องหนีบ
ทาครีม ใส่-ถอดคอนแทค แล้วยังต้องทายาที่มืออีก
หรือถ้าเป็นตอนออกจากบ้านก็ต้องแต่งหน้า
โอย... กว่าจะออกไปไหนหรือจะนอนแต่ละที เหนื่อย
ไอ้การรักสวยรักงามมันลำบากอย่างนี้นี่เอง
แต่ก็... ไม่รู้สิ หลังๆมานี่ก็มีคนชมว่าดูสวยขึ้นนะ
คือ รู้ว่าไม่ได้สวย แต่หมายถึงว่าดูดีขึ้น


เมื่อวานเปิดเทอมวันแรกไปหาเซนเซ
เซนเซก็ sugoi kirei~
ก็ได้แต่อาริกาโตว...กันไป
ซึ่งก็มานั่งคิดว่า ต้องแต่งหน้านั่นแหละถึงจะมีคนชม
วันไหนไม่แต่ง โดนคนทักกว่าไปทำอะไรมาหน้าโทรมทู้กที
ทั้งที่เมื่อก่อนไม่แต่งก็ไม่เห็นมีใครทักเลย
เหนื่อยเนาะ พอเปลี่ยนตัวเองไปแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้


แล้วยิ่งพ่อคุณไมค์ มาแกล้งแซวอีกนะ หึหึ
เอาเหอะ จะหน้าแบบไหนไปก็เหมือนกัน


 


 

FINO ราชบุรี & HBD aoichan



วงจรชีวิตการตามไปงานฟีโน่เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ยังจำปีที่แล้วได้แม่นอยู่เลย
แต่ปีนี้ก็เป็นอะไรที่ไม่เหมือนเดิมอย่างมาก
มีคนหายไป แต่ก็มีคนเพิ่มขึ้น
ก็บอกตรงๆว่าใจหายนะ
แต่ก็ดีที่มีคนมาตามน้องมากขึ้น (ถ้าไม่วุ่นวาย)


โชคดีที่ถือว่ามีประสบการณ์จากปีที่แล้ว
ก็เลยรู้ว่าจังหวะไหนเข้าได้หรือเข้าไม่ได้
ไม่ได้จะมาสอนใครแต่อย่างใด
แต่เวลาจะเข้าไปขอถ่ายรูปหรือขออะไร
ก็ควรจะสังเกตสีหน้าน้องให้ดีซักหน่อยนะ
มิเช่นนั้นก็... (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)


เพราะวันนั้นเป็นวันก่อนหน้าวันเกิดพี่อ้อย
เราก็รอโอกาสมาตั้งแต่บ่าย
จนกระทั่งน้องจะกลับตอนสี่ทุ่ม
ก็คิดว่า เอาวะ สุดท้ายของวันแล้ว
พอน้องลงมาเลยเดินเข้าไปขอ
รอจนกอล์ฟตอบว่า ได้ฮะ
พอพี่อ้อยถ่ายเสร็จ เราก็ขอบคุณ
ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเข้าไปถ่ายหรืออะไรอีกแล้ว
แต่กลับมีกลุ่มอื่นที่ไม่มีมารยาทสุดๆ
แทรกเข้าไปทั้งๆที่พวกเรายังยืนล้อมน้องกันอยู่เลย
ขอบอกว่าตั้งแต่ตามน้องมา ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
ควรจะรอให้กลุ่มที่คุยกับน้องอยู่ถอยซะก่อนนะ
แล้วตัวเองจะขออะไรก็ต้องเข้าไปขอเอง
ไม่ใช่เอาโอกาสที่คนอื่นขอ แทรกเข้าไปหน้าตาเฉย


ขนาดพูดกระทบแล้วว่า น้องเหนื่อย ต้องเกรงใจ
ก็ยังทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน
แต่เอาเถอะนะ
ได้ยินเต็มสองหูกอล์ฟพูดว่า "ถ่ายทีเดียวเลยไม่ได้เหรอ"
อย่างที่พูดทุกๆครั้ง ทำอะไร ก็อย่าคิดว่าน้องจะจำไม่ได้
ถ้ารู้จักเกรงใจน้อง น้องก็จะจำไปแบบนั้น
แต่ถ้าไม่มีมารยาท น้องก็จะจำแบบนั้นเหมือนกัน
อยากจะเป็นแบบไหนก็เลือกเอง


 


เริ่มมาก็บ่นก่อนเลยวุ้ยตู


นอกเหนือจากเรื่องข้างบนนี่แล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี
ต้องขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน
ทุกคนที่ไปกับเราน่ารักทุกคนเลย
ถึงจะน้อย หารค่ารถแล้วแพงไปหน่อย ฮ่าๆๆๆ
แต่ก็มีความสุขดี


ไปถึงราชบุรีประมาณเที่ยงกว่าๆ (ใช่มั้ยหว่า)
สั่งข้าวไปยังไม่ทันกิน น้องก็เข้ามาที่โรงแรม
เดินออกไปรับเสด็จกันแบบกล้าๆกลัวๆ
พี่แพร์ก็ชี้ให้กอล์ฟไมค์ดู น้องก็เลยหันมายิ้มให้


หลังจากรอไปยัน 5 โมง น้องก็ลงมา
ระหว่างนั้นการ์ดก็ตั้งแถวกันน้องเลยทีเดียว
โอ้แม่เจ้า ปีที่แล้วไม่เห็นถึงขั้นนี้
พอไมค์เดินผ่านหน้าก็เลยเรียก ชี้ป้ายให้ดู
แล้วถามว่าหล่อป่ะ



ไมค์ก็หันมายิ้มมมม แล้วชี้ๆ
ขออภัยหมูด้วย กอล์ฟเดินเร็ว เรียกไม่ทัน
(หมายเหตุ : ป้ายนี้เอาไอเดียมาจากเพื่อนหมู)
จากนั้นทั้งสองคนก็ไปตั้งขบวนเตรียมแห่รอบเมือง


ถึงแม้ฝนจะตกปรอยๆ แต่ก็บ่ยั่น
คราวนี้ยกหน้าที่ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอให้คนอื่นหมด
ขอยืนถือป้ายแล้วดูน้องเฉยๆบ้างเห๊อะ


และถึงแม้จะร้องผิดเพลงขาประจำ แต่ก็ยังน่ารัก ฮ่าๆ
ชอบน้องเวลาร้องเพลงสุดตัวที่สุดเลยอ่ะ
ไมค์จะยิ้มมมมมมม จนคิดว่าจริงๆไม่ได้ชอบร็อกล่ะม้าง
ดูฮีมีความสุขกับการเต้นอะไรดุ๊กดิ๊กแบบนี้จัง


แต่ตอนขาขึ้นรถตู้จะกลับเนี่ยสิ
ได้ยินว่ากอล์ฟโดนจิก ตบ ทึ้งอย่างรุนแรง
เรามองไม่เห็นกอล์ฟ เห็นแต่ไมค์
ไม่ใช่ว่ามองแต่ไมค์นะ แต่เป็นเพราะคนพากันรุมกอล์ฟ
จนมองไม่เห็นตัวเลยต่างหาก
เห็นแบบนี้แล้วคิดว่า จะมีวิธีไหนที่ทำให้น้องไม่ต้องโดนรุมบ้างมั้ย
แต่ก็... คงยาก...


จบวันก็เป็นอย่างที่บ่นข้างบน


ขากลับแวะกินข้าวต้มข้างทาง
พอถึงบ้านนี่หลับเป็นตายอ่ะ ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยอย่างแรง


 


รู้ตัวตื่นอีกที 11 โมงเข้าไปละ
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปกินพิซซ่ากัน


มีโมจิไอติมจากทุกๆคนด้วย
ขอบคุณที่มากัน ทั้งที่ดูเหมือนจะติดภารกิจ
(ทำเหมือนเป็นวันเกิดตัวเอง ขอบคุณทำไม)


ตอนเย็นไปกินข้าวกับที่บ้านพี่อ้อยต่อ
อิ่มมมมมม...


 


สุขสันต์วันเกิด แฮปปี้เบิร์ดเดย์
แม้ฉันจะไม่ได้เจอ...
(ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ละ)


ความจริงพี่อ้อยก็มีความสุขอยู่แล้วแหละ
แต่ก็อยากให้อย่าเครียดกับงานมากนัก
แค่ตื่นเช้าไปทำงานให้ได้ก็ไม่ต้องเลิกดึกแล้วใช่ป่ะ อิอิ
ไม่ใช่มีเวลาก็เอาแต่เล่นเนตกับดูทีวี
หน้าจะแก่เร็วนะ


พี่อ้อยเป็นคนน่ารัก ใครๆรู้จักก็ต้องรักทั้งนั้นแหละ
ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไป เบียร์จะได้อาศัยพึ่งพึงด้วย ฮ่าๆ
เลิกซุ่มซ่ามซักที จะได้ไม่มีแผลตามตัว


สุดท้ายก็ขอให้เราอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆเนาะ
รักนะ จุ๊บๆ

 

ไมเกรน



เมื่อคืนวันก่อน อยู่ดีๆก็ปวดหัวตรงหน้าผาก ปวดมาก
ก็คิดว่าสงสัยจะปวดเหมือนที่เคยๆปวดนั่นแหละ
นอนหลับซักตื่นก็คงจะหาย


กลายเป็นว่า นอนไม่หลับ ปวดมาก
แล้วพอออกมาเข้าห้องน้ำ เห็นโถส้วมปุ๊บอาเจียนเลย
ลงกินน้ำ กะว่า อาเจียนแล้วคงดีขึ้น
แต่ไม่ใช่ มันไม่ยอมหยุดคลื่นไส้ อาเจียนไม่หยุด
ร้องฮือๆ อยู่บนเตียงจนพี่อ้อยต้องพาไปรพ.อ่ะ


ไปถึงหมอก็บอกว่านี่มันอาการไมเกรนแล้วล่ะ
แต่หมอไม่อยากวินิจฉัยว่าเป็นไมเกรน
เพราะคนไข้จะวิตกว่าตัวเองเป็น ทีนี้จะปวดบ่อยขึ้น


ก็เลยโดนฉีดยาที่สะโพกหนึ่งเข็ม
เดินขาลากกลับขึ้นรถแล้วกลับบ้านมานอนต่อ


ฮาหมอ ถาม